บันเทิง

พระธาตุล้านนา พระธาตุประจำปีเกิด

นานมาแล้วที่ชาวล้านนาคุ้นเคยกับตำนานพระธาตุประจำปีเกิด เรื่องเล่าต่างๆ ถูกเรียงร้อยอยู่ในความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่ ตกทอดสู่รุ่นลูกหลานในรูปคติความเชื่อ ห่อหุ้มไว้ด้ยศรัทธาอย่างแรงกล้าและคงทน

สำหรับชาวล้านนาทุกคนมีพระธาตุประจำปีเกิดหรือพระธาตุปี๋เปิ้งของตนเอง ตามที่ปรากฏในตำราพื้นเมือง เรียกว่า “ชุธาตุ” โวดยก่อนที่แต่ละครจะปฏิสนธิในครรภ์มารดานั้น ดวงวิญญาณจะมา “ชุ” หมายถึง พัก หรือบรรจุอยู่ที่พระธาตุเจดีย์ประจำตัวก่อน โดยมีสัตว์ประจำปีเกิดพามา จะมาเองไม่ได้ สัตว์ตัวที่นำดวงวิญญาณนี้ คือ ตัวพึ่ง หรืออกเสียงแบบชาวล้านนาว่า ตั๋วเปิ้ง ซึ่งก็คือสัญลักษณ์ประจำปีนักษัตรของล้านนานั่นเอง

จนกระทั่งเมื่อได้เวลา วิญญาณจะไปสถิตอยู่ที่กระหม่อมของบิดา เป็นเวลา 7 วัน แล้วจึงเคลื่อนเข้าสู่ครรภ์ของมารดา โดยสังวาสวิสัย เกิดการปฏิสนธิเป็นทารก จวบจนเมื่อสิ้นอายุขัย ดวงวิญญาณก็จะกลับไป “ชุ” อยู่ที่พระธาตุประจำตัวตนตามเดิม
ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งของชาวล้านนา จึงต้องหาโอกาสไปสักการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของตนให้ได้สักครั้ง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ถือว่าจะได้อานิสงส์สูง

พระธาตุศรีจอมทอง

คนเกิดปีใจ้ (ชวด) ตั๋วเปิ้งคือหนู จำนำดวงวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระทักขิณโมฬีธาตุ (กระดูดกระหม่อมด้านขวา) มีความพิเศษกว่าพระธาตุทุกองค์ คือ ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหารจัตุรมุข อัญเชิญออกมาสักการะและสรงน้ำได้

พระธาตุลำปางหลวง

คนเกิดปีเป้า (ฉลู) ตั๋วเปิ้งคือวัว จะนำดวงวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุ พระธาตุส่วนพระนาฏ (หน้าผาก) และพระศอ (ลำคอ) ที่สำคัญวัดพระธาตุลำปางหลวงได้รับยกย่องว่าเป็นวัดที่ยังคงรักษาแบบแผนของศิลปกรรมล้านนาในยุครุ่งเรืองไว้ได้ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันเลยทีเดียว

พระธาตุช่อแฮ

คนเกิดปียี่ (ขาล) ตั๋วเปิ้งคือเสือ จะนำดวงวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุและพระธาตุข้อศอกด้านซ้าย คำว่าช่อแฮมีที่มาจากการที่ขุนลัวะนำผ้าแพรมารองรับพระเกศธาตุ ซึ่งเรียกการกระทำดังกล่าวว่า ช่อแพร ก่อนจะกลายมาเป็นช่อแฮในภายหลัง

พระธาตุแช่แห้ง

คนเกิดปีเหม้า (เถาะ) ตั๋วเปิ้งคือกระต่าย จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุ พระธาตุข้อพระหัตถ์ด้านซ้าย และยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 7 องค์ ที่พญาการเมือง เจ้าเมืองน่าน ได้รับมาจากพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย

วัดพระสิงห์

คนเกิดปีสี (มะโรง) ตั๋วเปิ้งคือพญานาค จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ เจดีย์ประธาน ของวัดพระสิงห์ บางตำรากล่าวว่า ไม่ได้พระบรมสารีริกธาตุ แต่เป็นพระพุทธรูปนั่นก็คือ พระพุทธสิหิงส์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำของวัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ทำให้พระธาตุประจำปีเกิดนี้ไม่เหมือนกับพระธาตุของปีอื่น นอกจากนี้ภายในวัดพระสิงห์ยังมีงานศิลปกรรมให้ชมอีกมากมาย

วัดมหาโพธาราม

คนเกิดปีใส้ (มะเส็ง) ตั๋วเปิ้งคืองูเล็ก จะนำวิญญาณมาชุไว้ ณ โพธิบัลลังก์ ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย หากไม่สะดวกสามารถไหว้ที่ วัดมหาโพธาราม หรือ วัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ แทนก็ได้ วัดนี้สร้างโดยพระเจ้าติโลกราช ซึ่งโปรดให้นำกิ่งโพธิ์ที่เป็นหน่อพันธุ์จากต้นโพธิ์ที่เชื่อว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคนประทับตรัสรู้มาปลูกไว้ และยังได้จำลองเจดีย์พุทธคยามาสร้างไว้ด้วย นอกจากนี้ยังโปรดฯให้จำลองสถานที่ ที่พระพุทธองค์เสด็จไปกระทับภายหลังการตรัสรู้อีก 6 แห่ง มาไว้ภายในบริเวณวัด ตามแบบที่มีอยู่ในบริเวณพุทธคยาประเทศอินเดีย

มหาเจดีย์ชเวดากอง

คนเกิดปีสะง้า (มะเมีย) ตั๋วเปิ้งคือม้า จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระเกศธาตุเมืองตะโก้ง หรือ มหาเจดีย์ชเวดากอง กลางเมืองย่างกุ้ง เมียนมา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานกระเกิศธาตุ 8 เส้นของพระพุทธองค์ อีกทั้งยังเชื่อกันว่า พระเจดีย์แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นบริโภคเจดีย์ของอดีตพระพุทธเจ้า 3 องค์ ในอนาคตยังจะเป็นที่บรรจุสร้อยพระศอและมหามงกุฎของพระศรีอริยเมตไตยยอีกด้วย อย่างไรก็ตามสามารถไปไหว้ พระบรมธาตุบ้านตาก วัดพระบรมธาตุบ้านตาก จังหวัดตาก แทนได้

พระธาตุดอยสุเทพ

คนเกิดปีเม็ด (มะแม) ตั๋วเปิ้งคือแพะ จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แต่ไม่มีหลักฐานระบุว่าส่วนใด ในตำนานกล่าวแต่เพียงว่าพระบรมธาตุที่พระสุมนเถระอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัยทำปาฏิหาริย์แยกเป็น 2 ส่วนส่วนหนึ่งอยู่ที่วัดสวนดอก อีกส่วนหนึ่งพญากือนาทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลอาราธนาพระบรมธาตุขึ้นบนหลังช้าง เมื่อช้างมงคลมาหยุด ณ ยอดดอยสุเทพ พระองค์จึงสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุขึ้นที่นี่

พระธาตุพนม

คนเกิดปีสัน (วอก) ตั๋วเปิ้งคือลิง จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ในอุรังคนิทานยังกล่าวว่าเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุพระอดีตพระพุทธเจ้าอีก 3 องค์ด้วย พระธาตุพนมเป็นพระธาตุศิลปะล้านช้างเพียงองค์เดียวในระบบชุธาตุ

พระธาตุหริภุญชัย

คนเกิดปีเร้า (ระกา) ตั๋วเปิ่งคือไก่ จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุ พระโมฬีธาตุ (กระดูกกระหม่อม) พระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) พระธาตุนิ้วพระหัตถ์ และพระธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง นับเป็นพระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกฐาตุจำนวนมากที่สุดในบรรดาพระธาตุประจำปีเกิดทั้งหมด ที่สำคัญพระธาตุหริภุญชัยได้รับการยกย่องให้เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาสูงสุดของล้านนามายาวนาน ส่งผลให้องค์เจดีย์ได้รับการบูรณะอย่างประณีตวิจิตร จนนับเป็นเจดีย์ที่มีสัดส่วนงดงามลงตัวมากที่สุดของล้านนา

เจดีย์ที่วัดเกตการาม

คนเกิดปีเส็ด (จอ) ตั๋วเปิ้งคือหมา จะนำดวงวิญญาณมาชุไว้ที่ พระเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระจุฬาโมลี (มวยผม) พระทาฒะธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เบื้องขวา และพระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า) เบื้องบน แม้ไม่มีใครยืนยันได้ว่าพระเกศแก้วจุฬามณีมีรูปทรงอย่างไร แต่ก็มีผู้กล่าวไว้ว่ามีความสูงถึง 80,000 วา องค์เจดีย์ทำด้วยแก้วอินทนิลส่วนบนทำด้วยทองคำประดับแก้ว 7 ประการ โดยสามารถไหว้ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ พระธาตุไจท์ทิโย เมืองไจก์โถ่ในรัฐมอญ เมียนมา แทนได้ เพราะพระธาตุองค์นี้อยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ ตั้งแบบหมิ่นเหม่บนหน้าผาสูง ตามตำนานว่าก้อนหินนั้นลอยอยู่ บ้างให้ไปไหว้พระเจดีย์ที่วัดเกตการาม จังหวัดเชียงใหม่ ได้เช่นกัน

พระธาตุดอยตุง

คนเกิดปีใค้ (กุน) ตั๋วเปิ้งคือช้าง จะนำวิญญาณมาชุไว้ที่ พระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย เป็นธาตุเจดีย์ 2 องค์ตั้งเคียงคู่กันอยู่บนยอดเขา พระธาตุเจดีย์องค์หนึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ เพื่อประดิษฐานพระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า) เบื้องซ้าย และพระธาตุส่วนพระศอส่วนอีกองค์หนึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 150 องค์ที่พญามังรายได้มาจากพระมหาวชิรโพธิเถระ หากถือตามตำนาน พระธาตุดอยตุงนับเป็นพระธาตุเจดีย์บนยอดเขาที่เก่าที่สุดในประเทศไทย แต่ถ้าถือตามหลักฐานทางโบราณคดี นักโบราณคดีเชื่อว่าพระธาตุดอยตุงมีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 ร่วมสมัยกับพระธาตุดอยสุเทพ

ไม่น่าแปลกใจที่แม้เวลาจะล่วงเลย ศรัทธาต่อพระธาตุ ประจำปีเกิดก็ยังคงแรงกล้า และถูกส่งผ่านกันมาจากรุ่นสู่รุ่นต่อให้ต้องบากบั่น เดินเท้า ขึ้นเขาสูง การได้ก้มกราบพระธาตุเจดีย์ตรงหน้า คือการรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะเดียวกันมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งคงหวังเพียงพระธาตุประจำปีเกิดที่จะพึ่งพิงและคุ้มครองตนไปตลอดชีวิต

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 55 ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2559