การศึกษา

เครื่องบูชาอย่างไทยมีอะไรบ้าง

สังคมไทยเต็มไปด้วยรูปแบบของการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ควรนับถือ ผู้มีพระคุณ หรือการแสดงออกอันเป็นธรรมเนียมแบบแผนถึงการมีวัฒนธรรมมายาวนาน เราเรียกการตอบแทนซึ่งแสดงถึงความเคารพเช่นนั้นว่า “การบูชา” โดยยึดโยงกับความอ่อนน้อม และความอาวุโสเป็นหลักใหญ่

เครื่องบูชา

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยความที่เป็นสังคมพุทธศาสนา ทำให้คติการบูชาของคนไทยผูกโยงเข้ากับการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในจริยวัตรอันงดงามถูกต้อง อนึ่งก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเป็นพุทธศาสนิกชนอันดีพร้อมงดงาม

การบูชา ตามธรรมเนียมและตามหลักพุทธศาสนา แบ่งเป็น 2 ชนิดง่ายๆ คือ “ปฏิบัติบูชา” คือการบูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรม ถูกต้องดีงาม พร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา ครบถ้วนตามหลักไตรสรณคมน์ ซึ่งตามหลักพุทธศาสนาถือเป็นการบูชาที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด

ทว่าตลอดการสั่งสมของสังคมไทยเต็มไปด้วยความประณีตงดงามในวิถีชีวิตวัฒนธรรม จึงคิดประดิดประดอย “เครื่องบูชาอย่างไทย” ต่างๆขึ้นเคียงคู่การแสดงความนอบน้อม กลายเป็น “อามิสบูชา” คือการบูชาด้วยวัตถุสิ่งของเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวอย่างดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู หรือปัจจัยสี่ ต่างๆ ต่อเนื่องผสมผสานกับศิลปะงานช่างโบราณและการคิดประดิษฐ์ จึงก่อเกิดเครื่องประกอบการบูชาอย่างไทย ที่มักทำกันเป็นรูปแบบอันงดงามเคียงคู่การแสดงความเคารพ

เครื่องบูชาอย่างไทย แบ่งออกเป็นเครื่องบูชาแบบของราษฎร์ และเครื่องบูชาแบบของหลวง แม้จะมีรูปแบบของเครื่องบูชาแตกต่างละเอียดอ่อนเช่นไร แต่โดยหลักแล้วเครื่องประกอบการบูชาของไทย มี 4 อย่างด้วยกันคือ ข้าวตอก ดอกไม้ เทียน และธูป

ข้าวตอก ในทางพุทธศาสนาถือเป็นเครื่องบูชาพระพุทธ เชื่อกันว่าเป็นของบริสุทธิ์ เปรียบดังคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 ประการ คือ แตกฉานราวพระปัญญาธิคุณ ขาวบริสุทธิ์ดังพระวิสุทธิคุณ และเบ่งบานดุจพระมหากรุณาธิคุณ ข้าวตอกไม่เพียงใช้บูชาพระพุทธทว่ายังนิยมใช้ในงานมงคลเช่น พิธีบูชาครู งานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือใช้วางในพานขันหมากในงานวิวาห์มงคล

ดอกไม้ ถือเป็นเครื่องบูชาอย่างไทยที่คนไทยนิยมใช้แสดงความเคารพ ด้วยถือเป็นสิ่งบริสุทธิ์ งดงาม และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอันเป็นมิ่งมงคล นับแต่โบราณมีการเลือกดอกไม้รวมถึงใบไม้หลากหลายชนิดพันธุ์มาใช้เป็นเครื่องบูชา โดยมักเลือกดอกไม้ที่มีสัณฐานงดงาม เช่น บัว โดยเฉพาะบัวหลวง เพราะมีสีขาวบริสุทธิ์ มะลิ พุด จำปี หรือเลือกดอกไม้ที่มีสีสันงามตาออกไปทางโทนเย็น เช่น สีขาว สีขาวขาบเขียว สีชมพูระเรื่อ สีเหลืองอ่อน ส่วนสีจัดจ้านนั้นมักใช้มาแซมเพื่อสร้างสีสัน นอกจากนี้คนโบราณมักใช้ดอกไม้ที่ชื่อและลักษณะรูปพรรณที่มีความหมายดี เช่น ชื่อดีอย่าง พุทธรักษา บานไม่รู้โรย ความหมายรูปพรรณดีอย่าง มะเขือ ซึ่งปกติจะไม่ชูยอด แต่จะโน้มลง แสดงถึงความอ่อนน้อม เป็นต้น

เทียน ในทางพุทธศาสนา แสงสว่างถูกเปรียบเทียบดั่งพระธรรม หรือปัญญาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่นนั้น การใช้เทียนและโคมประทีปมาเป็นเครื่องบูชาจึงสื่อถึงความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมายาวนาน แต่เดิมคนไทยใช้ขี้ผึ้งแท้มาทำเป็นเทียนไขบริสุทธิ์ ทำกันในครัวเรือนโดยใช้ไขผึ้งบริสุทธิ์จากรังผึ้งเท่านั้น ตัวไส้เทียนใช้ฝ้ายแท้ที่ขวั้นเป็นเส้น อันถือเป็นเทียนที่บริสุทธิ์ยิ่ง การใช้เทียนบูชามีหลายระดับ ไล่เลยตั้งแต่ครัวเรือนทั่วไป จนถึงตามวัดวาอาราม หรือผ่านการหลอมหล่อ สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ในงานประเพณีต่างๆ มากมาย
เคียงคู่กับเทียน เครื่องบูชาอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ ธูป กลิ่นหอมจากผงไม้ เครื่องหอมต่างๆ ที่กำจายเป็นควันยามจุดไฟถือเป็นความเชื่อมงคลที่คนโบราณใช้บูชากันมานับเนื่องเป็นหลักฐานตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 หรือราวสมัยสุโขทัย

ธูปหอม หรือเรียกกันมาแต่โบราณว่า ธูปจัน ธูปกระแจะ หรือเรียกรวมว่า ธูปไทย มักมีดอกอวบสั้น หอมกว่าธูปจีน ใช้จุดเคียงคู่กับเทียน ทั้งในธรรมเนียมสงฆ์ งานประเพณีทั้งงานบุญ งานศพ ที่ผู้ใช้มีความต้องการบูชาต่อพระผู้มีพระคุณหรือเป็นพุทธบูชา
ธูปไทยมีหลายรูปทรงและแตกต่างในการใช้งานอย่าง “ธูปใหญ่” ที่ใช้ไม้ระกำลำเขื่องกำลังดี ขวั้นเนื้อธูปติดโดยรอบ มักใช้ปักเชิงธูปเป็นดอกเดี่ยวๆ เพื่อให้เข้ากับเครื่องบูชาอื่นๆ หรือบางทีก็นำธูปใหญ่มาตัดลดความยาว ใช้วางบนเทียนไขที่มีขนาดเท่ากันเรียงเป็นแพ เรียกว่า “ธูปแพเทียนแพ” ใช้สำหรับชายหนุ่มที่ลาอุปสมบท

ทั้งข้าวตอก ดอกไม้ เทียน และธูป ถือเป็นเครื่องบูชามาตรฐานของไทยที่ใช้บูชากันอย่างง่ายๆ ในสังคมระดับสามัญชนทั่วไปทว่าการแตกยอดเติบโตและสร้างสรรค์ของการใช้เครื่องบูชาไปสู่หลากหลายระดับในสังคมนั้น ยิ่งสะท้อนวัฒนธรรมการเคารพสักการะ รวมไปถึงงานช่างอันวิจิตรละเอียดลอออย่างยิ่ง เช่น การนำเชิงธูป เชิงเทียน เชิงข้าวตอก พานดอกไม้ ไปประกอบในเครื่องบูชาหลวง ที่เรียกกันว่า “เครื่องนมัสการ” เคียงคู่งานเครื่องทองตามตำแหน่งเจ้านาย กลายเป็น “เครื่องทองน้อย” “เครื่องทองใหญ่” ที่มักใช้ในราชพิธีต่างๆ ยิ่งสูงศักดิ์ก็ยิ่งเพิ่มพูนความละเอียดทั้งในตัวเครื่องบูชา หรือตัวภาชนะ ที่แท่นทองลงยา แท่นไม้สลักปิดทอง ไล่เลียงไปตามลำดับความสำคัญ

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 55 ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2559