เครื่องประดับปีกแมลงทับ

แมลงทับ สัตว์ปีกตัวน้อยในป่าลึกที่มีวงจรชีวิตแสนสั้น ด้วยความที่ปีกแมลงทับมีสีเขียวมรกต มันวาว และคงความงดงามที่ไม่เสื่อมคลายลงตามกาลเวลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้มีพระราชดำริให้นำแมลงทับมาตกแต่งเป็นเครื่องประดับทรงคุณค่า ตั้งแต่การนำมาทำเป็นเข็มกลัดประดับเพชร หรือทองเพื่อเพิ่มมูลค่า ไปจนถึงฉลอง พระองค์อันวิจิตรงดงาม ซึ่งแต่เดิมในราชสำนักมีการนำปีกแมลงทับมาประดับบนฉลองพระองค์ ปีกแมลงทับ  เนื้อแข็งสีเขียวแวววาว ผลผลิตจากธรรมชาติ ปัจจุบันจึงมีผู้ระลึกถึงประโยชน์และความสวยงาม นิยมนำปีกแมลงทับมาดัดแปลงทำเครื่องประดับกันมากขึ้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจึงทรงเกรงว่านานวันเข้าแมลงทับอาจจะสูญพันธุ์ได้ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ราชเลขานุการในพระองค์แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงแมลงทับ ดร.วาลุลี โรจนวงศ์ อดีตหัวหน้าโครงการ “การอนุรักษ์แมลงทับในประเทศไทย” ผู้คร่ำหวอดอยู่กับการอนุรักษ์แมลงทับมากกว่า 56 ปี ได้นำเอาแมลงทับหลากชนิดหลากสายพันธุ์มาให้เราได้ชมพร้อมกับบอกเล่าถึงโครงการดังกล่าวที่ได้ริเริ่มทำมาว่า “ครั้งแรกเลยคือสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไข่แมลงทับที่พระองค์ท่านทรงเลี้ยงเอง มาให้และให้เรานำไปเลี้ยงต่อ ตอนนั้นมืดแปดด้านมากเพราะเรายังไม่ทราบมาก่อนว่าแมลงทับมีวิถีชีวิตเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านั้น แมลงทับไม่ได้เป็นแมลงที่มีความสำคัญเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจมาก่อนเลย เพียงแค่รู้ว่ามันมีความสวยงาม จะมีแต่คนภาคอีสานที่นำแมลงทับมากินโดยเด็ดปีกทิ้งไปเพราะปีกมันแข็ง แต่ก็วจะมีบางคนที่เก็บไว้ประดับกระติ๊บข้าวเหนียว เพราะปีกมันสวยงาม” หลังจากที่ทีมวิจัยทุ่มเทค้นคว้าหาข้อมูลวิจัยอยู่หลายปีทั้งในธรรมชาติและห้องปฏิบัติการจึงได้ข้อมูลว่าแมลงทับนั้นมีวัฏจักรโดยเริ่มจากการผสมพันธุ์กันของตัวเต็มวัยที่มักจับคู่กันในช่วงเวลาเช้าตั้งแต่ 10.00 – 14.00 น. บนต้นพืชอาหาร พอตกช่วงบ่าย ตัวเมียก็จะบินลงมาวางไข่ในดินครั้งละ 1 ถึง 2 ฟอง ต่อวัน โดยแมลงทับตัวเมียจะวางไข่ได้ประมาณ…

ประวัติความเป็นมาก่อนจะมาเป็นโขน

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวถึงการแสดงหรือการละเล่นอย่างหนึ่ง เรียกว่า “เล่นดึกดำบรรพ์” หรือ “ชักนาคดึกดำบรรพ์” เป็นการแสดงตำนานตอนที่พระนารายณ์ยกเขาพระสุเมรุมาปักลงกลางเกษียรสมุทร เอานาคพันเข้าโดยรอบ โดยให้เทวดาชักด้านหางของนาค และให้พวกยักษ์ชักด้านหัวนาค เป็นการกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำน้ำอมฤต นักวิชาการส่วนหนึ่งวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นการแสดง “โขนโรงใหญ่” ครั้งแรกก็เป็นได้ เพราะเรื่องนารายณ์กวนเกษียรสมุทรนั้นเป็นเรื่องนารายณ์อวตารปางหนึ่ง เช่นเดียวกับเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นเรื่องนารายณ์อวตารอีกปางหนึ่ง ในชั้นหลังจึงมักสรุปกันว่า โขนวิวัฒนาการจากการละเล่น ดึกดำบรรพ์ ที่ฝ่ายหนึ่งเป็นยักษ์ และฝ่ายหนึ่งเป็นเทวดา ประเด็นต่อมา คือ ที่กล่าวว่าโขนมาจากการรำกระบี่กระบอง มีผู้วิเคราะห์ว่าเป็นธรรมดาของการวิวัฒนาการที่มักนำสิ่งต่างๆ ที่แวดล้อมมาเข้าตัว บ้างมองกว้างไปมากกว่าการรำกระบี่กระบอง ว่าเป็น “การทหาร” หรือการฝึกอาวุธ การใช้อาวุธของทหารที่โขนรับมาผนวกเข้าเพื่อให้ดูจริงจัง เพราะในการแสดงโขนมีฉากรบพุ่งระหว่างกองทัพยักษ์ กับกองทัพวานรของพระรามอยู่แทบทุกตอน อีกทั้งศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยมีท่าทางการใช้อาวุธที่สวยงาม ทั้งกระบวนการหลีกหลบ หลอกล่อ ยั่วคู่ต่อสู้ จึงเกิดการประดิษฐ์เป็นท่าเยื้องกรายร่ายรำที่เข้ากับดนตรีเป็นท่าต่างๆ เช่น ท่ากรายดาบเข้าหาคู่ต่อสู้ การสืบเท้าเพื่อหลีกหลบ เป็นต้น นอกจากท่ารบแล้ว โขนยังมี “ออกกราว” หรือการตรวจพลสวนสนามก่อนออกไปรบอีกด้วย ประเด็นสุดท้ายคือ โขนกับหนังใหญ่ ซึ่งมีข้อวิพากษ์กันมาก ฝ่ายหนึ่งว่า โขนรับเอาหลายสิ่งมาจากหนังใหญ่ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยหลักๆ คือ – ท่าทางของการเล่นโขนที่เต้นไปตามจังหวะของดนตรีปี่พาทย์…

การแสดงโขน โขน คือ อะไร

หากนิยามกว้างๆ โขน คือการแสดงอย่างหนึ่ง ที่ผู้แสดงต้องสวมหน้ากากหรือหัวโขน ในทางสากลเรียกว่า Mask Play หมายถึง หน้ากากนาฏกรรมหรือการแสดงสวมหน้ากาก และถ้านิยามตามบริบท ในระยะแรกที่โขนเกิดขึ้นมานั้นโขนเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมของพราหมณ์ เล่าเรื่องการอวตารของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ซึ่งเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู โขนจึงหมายถึงการละเล่นศักดิ์สิทธิ์ มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ศาสนา ไม่ใช่การแสดงเพราะไม่มีผู้ดู ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ถ้าเป็นการแสดงจะแยกกันชัดระหว่างผู้เล่นและผู้ดู ต่อมาโขนค่อยปรับเพิ่มบริบทเป็นการจัดขึ้นเพื่อสรรเสริญพระมหากษัตริย์ว่าเป็นพระราม ซึ่งเป็นองค์อวตารของพระนารายณ์ลงมาปราบยุคเข็ญ แนวคิดเรื่องกษัตริย์เป็นสมมติเทพจึงส่งผ่านมาถึงไทย โขนในยุคแรกจึงเป็นการละเล่นศักดิ์สิทธิ์ของราชสำนัก ถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องราชูปโภคของพระมหากษัตริย์ และเล่นเฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น งานถวายพระเพลิงพระบรมศพ งานฉลองปูชนียสถาน พระอาราม หรือสมโภชเจ้านายทรงบรรพชา สมโภชในงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมโภชวันประสูติเจ้านานที่สูงศักดิ์ เป็นต้น การสืบค้นความหมายที่มาของคำว่า “โขน” มีผู้สันนิษฐานไว้หลายทาง ทางหนึ่งคือ ดูเทียบจากการออกเสียงที่มีสำเนียงเดียวกัน ซึ่งพบว่าในภาษาเบงคาลีมีคำที่ออกเสียงว่า ขละ หรือ โขล หรือ โขฬะ หมายถึง เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งใช้ตี รูปร่างคล้ายตะโพน ในภาษาทมิฬก็มีคำที่ออกเสียงว่า ไกล หรือ โกลัม หมายถึง การตกแต่งประดับร่างกายให้รู้ว่าเป็นเพศใด ขณะที่อิหร่านเองก็พบคำที่ออกเสียงว่า ควาน หรือ โขน…

พัดรองคืออะไร

“พัดรอง” คือพัดหรือตาลปัตรที่พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นถวายแก่พระสงฆ์เป็นที่ระลึกในการพระราชพิธีสำคัญ หรือประชาชนสร้างขึ้นเองตามคติทางพระพุทธศาสนา โดย “พัดรอง” เป็นพัดที่ทำขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์ใช้งานพิธีทำบุญทั่วไป จัดเป็นพัดสำหรับแทนพัดยศ เพราะพัดยศจะใช้เฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น ในงานทั่วไปจึงนิยมสร้างพัดสำรองถวายพระสงฆ์ โดยปกติแล้วพระสงฆ์จะวางพัดรองไว้ด้านหน้าขณะสวด ซึ่งการทำพัดรองถวายพระสงฆ์นั้น นับว่าเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีหนึ่งของชาวไทยที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนาน ในสมัยรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ตาลปัตรที่พระสงฆ์ใช้กันอย่างแพร่หลายมักทำมาจากใบตาล ทำให้มีรูปทรงไม่สวยงาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นใหม่ โดยให้มีลักษณะเป็นพัดหน้านางหรือรูปไข่ ใช้วัสดุที่ทำจากผ้าแพร ผ้าโหมด หรือผ้าลายดอกต่างๆ ในการทำ พร้อมประดับตกแต่งให้สวยงาม และกำหนดใช้สรรพนามในการเรียกใหม่ว่า “พัดรอง” นอกเหนือจากเป็นเครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระสงฆ์แล้วนั้น “พัดรอง” ยังเป็นงานประณีตศิลป์ทรงคุณค่าทั้งในด้านการออกแบบและการปักลวดลายที่ประณีตงดงาม ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ที่มา : หนังสือสมบัติแผ่นดิน

วิธีการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน

การ์ตูนล้อเลียน

การวาดภาพล้อ (Caricature) เป็นการเขียนภาพบุคคลที่มีอยู่ในวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ หรือนักการเมือง แสดงให้เห็นลักษณะเด่นของใบหน้า ท่าทาง หรือกิจกรรมการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ของบุคคลนั้นอย่างชัดเจน นำเอกลักษณ์นั้นมาเน้นให้มากเกินความจริงเพื่อให้ดูขบขันในลักษณะของภาพการ์ตูน ภาพล้อไม่ได้เน้นเฉพาะทางด้านการเมือง แต่จะมีเนื้อหาที่หลากหลายตามบุคลิกของต้นแบบ วิธีการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน ภาพล้อเป็นกระบวนการหาความโดดเด่นและเน้นจุดเด่นในบุคลิกของคน ทำให้เกิดความแตกต่างจากหน้าเดิม คนที่มีจมูกใหญ่อยู่แล้วก็สร้างภาพล้อให้จมูกใหญ่กว่าปกติขึ้นไปอีก มีวิธีดึงลักษณะเด่นจากบุคคลต้นแบบ 3 ลักษณะ คือ 1 ลักษณะธรรมชาติของบุคคล วิเคราะห์ใบหน้า รูปหน้า หน้าผาก แก้ม คาง จมูก ปาก ฟัน หู ตา ว่ามีขนาดหรือลักษณะเด่นเป็นรูปทรงใด แล้วบิดเบือนให้มากเกินความเป็นจริงขึ้นไปอีกตามบุคลิกภาพ 2 ลักษณะเฉพาะตน บุคลิกท่าทางลักษณะนิสัย เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคนที่แสดงออก เช่น ร่างกายผอมบาง หุ่นดี อ้วน ชอบนั่งกระดิกเท้า ชอบรับประทานของหวานเป็นประจำ ชอบเขียนหนังสือ พูดเก่ง และพูดมาก ลักษณะการแต่งตัว อาชีพ เป็นต้น ต้องสังเกตลักษณะเหล่านี้ให้พบเพื่อเป็นข้อมูลในการเขียนภาพ 3 ใช้ศิลปะของการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเปรียบเปรยโดยการแต่งเดิม ทรงผม…

ความหมายของการออกแบบ

การออกแบบ

การทำงานศิลปะควรมีการออกแบบก่อนที่จะทำงานจริง เพราะการออกแบบเป็นกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ทำให้มีวิธีการและรูปแบบการสร้างงานใหม่ๆ ขึ้น งานศิลปะต้องใช้การออกแบบให้เป็นไปตามความต้องการก่อนที่จะสร้างงานจริง เช่น การจะวาดภาพ จะต้องคำนึงถึงจุดสนใจที่อยู่ในภาพ ว่าจะอยู่ที่ตรงไหน เน้นอย่างไรจึงจะน่าสนใจ มีอะไรแปลกใหม่ จะใช้สีอย่างไร เป็นต้น ถ้าได้คิดวางแผนการจัดวางรูปแบบไว้ก่อน จะทำให้ได้งานที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองต่อความต้องการของตนเองและสังคมได้ การปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์ประดิษฐ์ คิดค้น เครื่องมือ เครื่องใช้ สิ่งของต่างๆ หาวิธีที่จะสามารถอำนวยความสะดวกในการดำรงชีพ ความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบถือเป็นการออกแบบโดยพิจารณาคุณค่าของการออกแบบ ได้แก่ คุณค่าทางความงามและประโยชน์ใช้สอยอันเป็นลักษณะสำคัญของการออกแบบ ความหมายของการออกแบบ การออกแบบ คือ กระบวนการทำงานอย่างสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยมีทัศนธาตุและหลักทางทัศนศิลป์เป็นองค์ประกอบ โดยใช้หลักการจัดองค์ประกอบเป็นแนวทางในการจัดวางรูปแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ตามขั้นตอนในการทำงาน ที่จะต้องคำนึงถึงการจัดส่วนประกอบต่างๆ ในการออกแบบ ให้มีความงามสัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยทางด้านวัสดุ และการผลิตผลงาน ทั้งนี้เพื่อสนองตอบความต้องการของตนเองและคนในสังคม นอกจากนี้งานออกแบบยังเป็นการแสดงออกซึ่ง ความคิด ความงาม ที่สัมพันธ์ระหว่างความต้องการของตนเอง ความต้องการของผู้อื่น และสภาพแวดล้อมที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมและพฤติกรรมของคนในสังคม อันประกอบด้วยหลัก 2 ประการ คือ 1 ความงามในรูปแบบ ที่ปรากฏเป็นความต่างของทัศนธาตุ นำมาจัดองค์ประกอบโดยใช้กรรมวิธีหรือเทคนิคและการถ่ายทอดอย่างเหมาะสม ปรากฏเป็นความงามอันสมบูรณ์ทางกายภาพของงานออกแบบ 2 ความงามในเนื้อหา…

ความสมดุลทางทัศนศิลป์

ความสมดุล (Balance)

ความสมดุล (Balance) หมายถึง ความเท่ากันหรือภาวะที่เท่ากันขององค์ประกอบ จะทำให้งานออกแบบมีความเป็นระเบียบ การออกแบบให้มีความสมดุลต้องอาศัยความสัมพันธ์มูลฐานของทัศนธาตุต่างๆ มาประกอบกันได้แก่ ขนาดของจุด เส้น รูปร่าง น้ำหนัก ทิศทางและสี เท่ากัน หรือเกิดการเท่ากันในความรู้สึกที่รับรู้ ความสมดุลมี 3 ลักษณะ คือ 1 ความสมดุลที่สองข้างเท่ากัน (Symmetry Balance) เป็นความสมดุลแบบซ้ายขวาเหมือนกัน จะมีขนาด รูปร่าง ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าเหมือนกันหรือเท่ากัน ดุลยภาพแบบนี้ให้ความรู้สึกมั่นคง เที่ยงตรง สง่า เป็นทางการ เช่น งานสถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร สถานที่ราชการ เป็นต้น 2 ความสมดุลที่ทั้งสองข้างไม่เท่ากัน (Asymmetry Balance) เป็นความสมดุลที่จัดให้มีส่วนประกอบของภาพซ้ายขวาไม่เท่ากัน มักเป็นการจัดสมดุลที่เกิดจากการจัดวางให้ขนาด รูปร่าง สี ให้มีความแตกต่างกันทั้งสองด้าน แต่ถ้าหากมองในภาพรวมแล้วจะให้ความรู้สึกว่ามีน้ำหนักเท่ากัน ดุลยภาพแบบนี้ให้อิสระในการออกแบบ และให้ความรู้สึกน่าสนใจ 3 สมดุลแบบรัศมี (Radial Balance) คือ ดุลยภาพที่มีส่วนประกอบของภาพกระจายออกจากศูนย์กลางเป็นรัศมี สามารถพบเห็นได้ตามธรรมชาติ…