วิธีการทำเอกสารแผ่นพับเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและให้ความรู้

เอกสารแผ่นพับ (Folders) เป็นสิ่งพิมพ์ชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และให้ความรู้ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ประหยัด เพราะไม่ต้องเข้าเล่มหรือเย็บเล่ม ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป พกพาสะดวก โดยทั่วไปเอกสารแผ่นพับจะมีลักษณะดังนี้ 1. เป็นกระดาษแผ่นเดียวที่พับอยู่ ที่นิยมมากที่สุดคือกระดาษที่มีขนาด 4 x 9 นิ้ว เมื่อกางกระดาษแผ่นที่พับออกจะได้กระดาษแผ่นเดียวยาวๆ การพับแผนพับสามารถพับได้หลายวิธี เช่น พับครึ่ง 1 ครั้ง, พับสองครั้ง หรือพับมากกว่า 2 ครั้ง อย่างไรก็ไม่ควรออกแบบให้มีการพับหลายท่อนเกินไป 2. การนำเสนอเนื้อหาสาระในเอกสารแผ่นพับ ควรเป็นลักษณะการนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจเพียงเรื่องเดียว เรียงเป็นลำดับต่อเนื่อง และมีภาพประกอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายและจุดมุ่งหมายที่นำไปใช้ การเตรียมเนื้อหาควรเตรียมเฉพาะประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการเสนอ ไม่เจาะลึกรายละเอียดปลีกย่อย เนื่องจากมีเนื้อที่ค่อนข้างจำกัด เนื้อหาจึงต้องสั้น กระชับ แต่ได้ใจความ 3. ด้านในของเอกสารแผ่นพับ จะเป็นส่วนที่นำเสนอเนื้อหา เมื่อกางออกจะมองเห็นเนื้อหาทั้งหน้าได้ ส่วนปกด้านหน้าประกอบด้วย ชื่อเรื่อง และภาพหน้าปก ซึ่งควรออกแบบให้สัมพันธ์กับเนื้อหาภายใน และควรกำหนดชื่อเรื่องและภาพหน้าปกให้เป็นจุดเด่น สำหรับสีที่ใช้ในการพิมพ์ สามารถพิมพ์ด้วยสีเดียวกันทั้งหมด หรือจะแยกเป็นหลายสีก็ได้

ความหมายของพิษวิทยาวิชาที่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์

พิษวิทยา (Toxicology) เป็นวิชาที่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับวิชาต่างๆมากมาย จัดเป็นสหสาขาวิชา มีจุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาการออกฤทธิ์ของยาในร่างกาย  และกลไกกการเกิดพิษในร่างกาย พิษวิทยาจึงมีความครอบคลุมในการศึกษา 1. สิ่งที่ทำให้เกิดพิษ ซึ่งอาจเป็นสารเคมี ยา หรือสารพิษ ครอบคลุมไปถึงปัจจัยทางกายภาพ เช่น แสง เสียง ความร้อนเป็นต้น และยังรวมไปถึงปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ จุลชีพต่างๆ อีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตได้ 2. กลไกการเกิดพิษ ซึ่งในการศึกษากลไกการเกิดพิษนี้จะทำให้ทราบถึงการจับหรือเกาะของสิ่งที่ทำให้เกิดพิษกับองค์ประกอบทางเคมีของส่วนต่างๆของเซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกาย หรือผลที่ทำให้เกิดพิษที่มีต่อเซลล์หรือออร์แกแนลล์ต่างๆในร่างกาย ทำให้สามารถหาวิธีป้องกัน ควบคุม และรักษาความเป็นพิษที่เกิดขึ้นได้ 3. การเกิดพิษ สิ่งที่ทำให้เกิดพิษอาจทำให้เกิดในลักษณะต่างๆกันไป เช่น เกิดความเป็นพิษเฉียบพลัน ความเป็นพิษเรื้อรังเป็นต้น หรืออาจทำให้เกิดพิษในลักษณะเฉพาะ เช่น การกลายพันธุ์ การเกิดมะเร็ง การก่อลูกวิรูป เป็นต้น หรือการเกิดความเป็นพิษที่พิจารณาตำแหน่งของการเกิด เช่น ภายในร่างกาย หรือเฉพาะอวัยวะเป้าหมายเจาะจง อาจสรุปได้ว่า พิษวิทยาเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาผลของสารพิษหรือสิ่งที่ทำให้เกิดพิษซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาและสรีระวิทยาของสิ่งมีชีวิต หรือเป็นการศึกษาถึงผลเสียของสารพิษหรือสิ่งที่ทำให้เกิดพิษที่มีต่อสิ่งมีชีวิต

หลักการเขียนข่าวที่ดีประกอบด้วยโครงสร้างทั้งหมด 4 ส่วน

ข่าวที่เขียนขึ้น จะมีโครงสร้างที่แบ่งออกเป็นส่วนประกอบ 4 ส่วน คือ 1. พาดหัวข่าวหรือหัวเรื่อง (Headline) เป็นส่วนที่ใช้ดึงดูดควาสนใจ และบอกให้รู้ว่าข่าวนั้นมีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องเป็นภาษาที่สั้นและกระชับ และเมื่ออ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ง่าย ถ้าผู้อ่านสนใจก็จะติดตามไปอ่านรายละเอียดต่อไป 2. ส่วนความนำ (Lead) คือส่วนที่สำคัญที่สุดของข่าว เพราะเมื่ออ่านส่วนคำนำแล้วผู้อ่านจะทราบทันทีว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขั้นบ้าง เนื้อหาในส่วนนี้จะต้องตอบคำถามที่คนอยากรู้ก่อน โดยใช้หลัก 5W+H คือ ใคร (Who) ทำอะไร (What) ที่ไหน (Where) เมื่อไหร่ (When) ทำไม (Why) และอย่างไร (How) โดยอาจเลือกตอบเฉพาะประเด็นที่มีความสำคัญ ที่คาดว่าผู้อ่านอยากรู้มากที่สุดก่อนก็ได้ 3. ส่วนเชื่อม (Neck) คือส่วนที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างความนำและเนื้อหาข่าว โดยทั่วไปจะมีความยาวเป็นย่อหน้าสั้นๆเพื่อใช้ขยายความ หรือเพิ่มเติมข้อมูลจากสิ่งที่ปรากฎในความนำ เพื่อไม่ให้ความนำยาวเกินไป 4. ส่วนเนื้อหา (Body) เป็นส่วนที่เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดตามลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ หรือลำดับเวลา หรือลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเนื้อหาจึงเป็นส่วนขยายส่วนความนำ โดยขายรายละเอียดและข้อมูลที่ยังไม่ได้ระบุถึงในความนำเพิ่มเติม โดยสรุปโครงสร้างของข่าวจะประกอบด้วยส่วน พาดหัวข่าว ส่วนความนำ…

ความสำคัญของการให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วย

การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ถ้าหากได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยนั้น ย่งส่งผลดีต่อการรักษาพยาบาลในขั้นต่อไป ดังนั้นการปฐมพยาบาลจึงมีความจำเป็นสำหรับทุกคนที่จะต้องเรียนรู้ไว้ เพื่อจะได้สามารถนำมาใช้ในการช่วยเหลือตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้อง ความสำคัญของการปฐมพยาบาล มีดังนี้ 1. เป็นการช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วย การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและรวดเร็วสามารถช่วยลดอันตรายที่รุนแรงหรือลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ เช่น การช่วยผายปอดผู้ที่หยุดหายใจ การห้ามเลือด เป็นต้น 2. ช่วยป้องกันไ่ม่ให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายมากขึ้น การปฐมพยาบาลจะเป็นการลดอันตรายจากการบาดเจ็บ ตลอดจนช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เช่น การช่วยเหลือผู้ที่หมดสติโดยให้นอนคะแคงเพื่อไม่ให้สำลักน้ำลายหรือเสมหะเข้าไปในทางเดินหายใจ หรือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่กระดูกหักอย่างถูกวิธีช่วยให้กระดูกไม่ไปกดทับส่วนสำคัญ เป็นต้น 3. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการเจ็บปวดและทรมานจากการได้รับบาดเจ็บต่างๆ เช่น การใช้น้ำล้างตาผู้ที่ถูกสารเคมีเข้าตาซึ่งช่วยลดอาการระคายเคืองและลดความเจ็บปวดลงได้ หรือการเข้าเฝือกชั่วคราวให้ผู้ที่กระดูกขาหักเพื่อให้ส่วนที่หักเคลื่อนไหวได้น้อยที่สุดและไม่ไปทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณรอบๆ และลดความเจ็บปวดได้อีกด้วย เป็นต้น 4. ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวและกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เนื่องจากผู้ป่วยมักมีความกังวลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของตนเอง ดังนั้นนอกจากการช่วยเหลือโดยการปฐมพยาบาลแล้ว การดูแลทางด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการให้กำลังใจ ปลอบโยน การอยู่เป็นเพื่อนโดยไม่ละทิ้ง ตลอดจนการเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องและรวดเร็วเพื่อส่งต่อผู้ป่วยหรือเจ็บป่วยไปสู่สถานที่รักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยหรือเจ็บป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

หลักในการฝึกฝนตัวเองเพื่อให้มีการพัฒนาทักษะทางด้านการฟัง

ในการพัฒนาความสามารถในการฟัง ควรปรับปรุงเกี่ยวกับการฝึกฝนตัวเองให้มีสมาธิในการฟัง และคำนึงถึงหลักต่อไปนี้ 1. ตั้งใจฟังเพื่อหาความคิดหลักของผู้พูด และพยายามรวบรวมความคิดเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่ พยายามเข้าใจรูปแบบการเสนอความคิดของผู้พูด 2. มุ่งสู่ประเด็นที่ได้รับฟัง เมื่อเราฟังในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย เราจะหยุดฟัง คิดโต้แย้ง ทำให้เนื้อหาที่ฟังขาดตอน ดังนั้นจึงควรรับรู้สิ่งที่ได้ยินตลอดเวลา และจดประเด็นสำคัญไว้ หรืออาจใช้วิธีย้ำกับผู้พูดในสิ่งที่ผู้ฟังเข้าใจ ซึ่งจะเป็นการช่วยผู้ฟังมุ่งไปในสิ่งที่รับฟังมากกว่าที่จะคอยคัดค้าน 3. รู้จักพิจารณาและประเมินข้อเท็จจริงที่รับฟังมาเป็นระยะๆ เ้ข้าใจในสิ่งที่รับฟังมา เข้าใจข้อเท็จจริง สนับสนุนความคิดและสรุปเป็นระยะๆ 4. การคาดการณ์ล่วงหน้า ผู้ฟังอาจคาดการณ์ล่วงหน้าว่าผู้พูดจะพูดอะไรต่อไปโดยสังเกตุจากภาษา ท่าทาง แต่ไม่ควรคาดหมายมากเกินไปเพราะอาจเป็นการลดประสิทธิภาพการฟังได้ 5. หลีกเลี่ยงการใจลอย ควรใช้ช่วงเวลาที่ว่างวิเคราะห์สิ่งที่ได้รับฟังมาและคาดการณืล่วงหน้าว่าจะได้ยินอะไรต่อไป 6. รักษาความเงียบ เป็นไปไม่ได้ที่จะฟังในขณะที่กำลังพูด ดังนั้นจึงควรรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ในการฟัง 7. แสดงความอดทน ไม่ควรขัดจังหวะขณะฟังการพูด ควรฟังอย่างอดทนในอากัปกิริยาที่สบายๆ 8. ควบคุมอารมณ์ การมีอารมณ์จะมีผลต่อการฟัง ถ้าเราฟังเรื่องที่เราไม่อยากฟัง เราอาจเลิกฟัง เมื่อเกิดมีอารมณ์ขึ้น อาจทำให้ตีความหมายสิ่งที่ได้ยินผิดหรือไม่รับฟังเลยก็ได้ ดังนั้นจึงควรตั้งสติ และควบคุมอารมณ์ 9. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผู้ฟังที่ดีต้องมีความจริงใจ พยายามวาดภาพตามความคิดของผู้พูด ควรเป็นผู้ที่ไวต่อความรู้สึกและทัศนคติของผู้พูด 10. หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง ผู้ฟังที่มีความคิดคัดค้่านผู้พูดตลอดเวลาจะไม่มีอารมณ์ที่จะสื่อสารอย่างเป็นอิสระ…

บทบาทและหน้าที่ของตำแหน่งเลขานุการในการประชุม

ตำแหน่งเลขานุการในการประชุม เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะมีบทบาทและหน้าที่ทั้งระยะก่อน ขณะ และหลังการประชุม ดังนี้ 1. เตรียมการประชุม ก่อนการประชุมไม่ว่าจะมีจำนวนสมาชิกมากหรือน้อยก็ตาม เลขานุการจะต้องเตรียมการประชุมเพื่อให้เกิดความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่จะประชุม คือ – การจัดระเบียบวาระการประชุม เลขานุการจะต้องปรึกษากับประธานว่าจะมีเรื่องอะไรบ้างในการประชุม ซึ่งต้องรู้รายละเอียด เมื่อกรรมการซักถามก็พร้อมที่จะอธิบายได้ การจัดวาระใดก่อนหลังจะต้องพิจารณาถึงความสำคัญเร่งด่วนอันดับแรก และต่อไปจึงเป็นเรื่องรองลงมา ปกติควรจัดระเบียบวาระการประชุมพร้อมจดหมายเชิญประชุมส่งให้กรรมการล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กรรมการและสมาชิกได้มีเวลาเตรียมตัว – กำหนดสถานที่และจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น จะต้องเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิก และส่งเสริมบรรยากาศของการประชุมให้เป็นที่พึงพอใจ  อุปกรณ์การประชุมควรเอื้อต่อประสิทธิภาพของการประชุม เช่น ไวท์บอร์ดพร้อมปากกา ไมโครโฟน เป็นต้น – การกำหนดวันและเวลา เลขานุการควรสอบถามวันเวลาว่างของทุกคนเพื่อให้ได้สมาชิกที่จะเข้าประชุมให้มากที่สุดแล้วจึงกำหนดวันและเวลาการประชุมให้เหมาะสม – ส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระและรายงานการประชุมครั้งก่อน เพื่อให้สมาชิกได้อ่านและรับรองรายงานการประชุม นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าประชุม ตามความเหมาะสม – สอบถามจำนวนสมาชิกที่จะสามารถเข้าร่วมประชุมได้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้การประชุมสามารถดำเนินการไปได้บรรลุจุดมุ่งหมาย 2. ขณะดำเนินการประชุม เลขานุการมีบทบาทหน้าที่ดังนี้ – ให้ผู้เข้าประชุมเซ็นชื่อ – ชี้แจงประเด็นหรือรายละเอียดตามที่ประธานมอบหมาย – เสนอข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ประชุมต้องการทราบ – จดบันทึกรายงานการประชุมเป็นข้อความตามความเห็นของผู้เข้าประชุม เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินงานของหน่วยงานนั้นๆ…

ขั้นตอนและประโยชน์ของการรักการอ่าน

การอ่าน คือ การแปลความหมายจากตัวอักษรที่ปรากฏบนสิ่งพิมพ์หรือข้อเขียนออกมาเป็นความคิด และนำความคิดไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ ขั้นตอนในการอ่าน – ขั้นตอนการเคลื่อนไหวจากระบบประสาทมาสู่ปาก หรือการอ่านออกเสียง ความเร็วจะเท่ากับความสามารถในการเปล่งเสียงออกมาแต่ละคำ การอ่านลักษณะนี้มักเป็นของเด็กเล็กที่ครูให้อ่านออกเสียงเพื่อพัฒนาการอ่าน – ขั้นตอนการได้ยินเสียงคำที่อ่านในใจ เป็นลักษณะการอ่านช้าๆ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร – ขั้นเข้าใจทันทีที่เห็นข้อความ เป็นลักษณะการอ่านที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นการอ่านที่เข้าใจเรื่องอย่างชัดเจนในทันที่อ่าน ซึ่งควรฝึกทักษะการอ่านในลักษณะนี้ ประโยชน์ของการอ่านคือ 1. เป็นการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมที่ง่าย และตรงตามความต้องการ เนื่องจากหนังสือจะแยกประเภท วิชา หมวดหมู่ไว้เรียบร้อยอยู่แล้ว และการอ่านจะช่วยให้เรารอบรู้ทันเหตุการณ์และพัฒนาด้านวิชาการ นักพูดและนักเขียนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นผู้ที่มีนิสัยรักการอ่าน และเป็นผู้แสวงหาความรู้อยู่เสมอ 2. เป็นการช่วยส่งเสริมความคิด ช่วยให้ได้รับรู้นานาทัศนะในสาขาวิชาต่างๆ จากทัศนะของผู้เขียนหลายๆคนในประเด็นเดียวกัน การเรียนรู้ดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญช่วยให้เกิดพัฒนาการด้านความคิดของตัวผู้อ่านเอง สามารถคิดวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล และมีข้อสนับสนุนจากการอ่านเพียงพอ เป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น 3. เป็นการสร้างความบันเทิง และผ่อนคลายสบายใจ เมื่อใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือประเภท นวนิยาย สารคดี การ์ตูน และยังสามารถช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตได้อีกด้วย การอ่านมีประโยชน์มากมายดังนั้นมาฝึกให้มีนิสัยรักการอ่านกันเถอะค่ะ