เตือนภัยใกล้ชิดกับแมวมากทำให้อยากฆ่าตัวตาย

ไม่อยากจะเชื่อว่าแมวน้อยที่น่ารัก สามารถทำให้คนอยากฆ่าตัวตายได้ แต่ก็ได้มีผลงานวิจัยออกมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง โดยคณะวิจัยของประเทศเดนมาร์ก ได้ทำการวิจัยค้นพบว่าในอุจจาระของแมวมีปรสิตชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำให้คนเกิดอาการทางจิต ประสาท และทำให้อยากฆ่าตัวตายค่ะ และเรียกอาการนี้ว่า Troxoplasmosis Troxoplasmosis เป็นการติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งทำให้เกิดอาการทางจิต อยากฆ่าตัวตาย หรืออยากทำร้ายตัวเอง และอาการที่เกิดจากการติดเชื้อปรสิตที่อยู่ในอุจจาระแมวนั้นยังไม่มียาในการรักษาค่ะ แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะเนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่เลี้ยงแมว หรืออยู่ใกล้ชิดแมวจะเป็นโรคนี้กันหมด เพราะเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นมีน้อย เนื่องจากแมวทุกตัวไม่ได้มีเชื้อปรสิตตัวนี้อยู่ แต่ต้องเป็นแมวที่ติดเชื้อมา แต่ก็ไม่ควรประมาทนะคะ ทางที่ดีรักษาความสะอาดให้ดีจะดีกว่านะคะ ปลอดภัยไว้ก่อน และโรคนี้ยังสามารถติดต่อจากแม่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้อีกด้วยค่ะ

หญิงสาวป่วยเป็นโรคกลัวการออกจากบ้านแต่กลับดังไปทั่วโลกด้วยยูทูบ

หญิงสาวชาวอังกฤษ เธอชื่อว่า เจมม่า พิกซี่ อายุ 21 ปี เธอเป็นบุคคลที่ป่วยมีอาการวิตกจริตตั้งแต่อายุ 6 ปี และอาการของเธอก็หนักขึ้น เมื่อเธออายุ 16 ปี เธอได้ออกจากโรงเรียน และไม่เคยออกจากบ้านอีกเลย แต่เธอก็มีอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้เธอสื่อสารกับคนทั้งโลกได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน นั่นก็คือ ไมโครโฟน เว็บแคม คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้หญิงสาวคนนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกออนไลน์ และเธอก็กำลังเป็นคนดังในขณะนี้ด้วยค่ะ ด้วยการโพสคลิปเพลงที่เธอร้องและแต่งขึ้นเองเผยแพร่ผ่านทางยูทูบ และเพลงของเธอก็ได้รับความนิยมมียอดวิวถึง 12 ล้านวิว เลยทีเดียว คลิปเสียงของเธอยังเคยได้รัรางวัลคลิบยอดฮิตที่มีผู้ชมมากที่สุดในรอบเดือนที่เมืองจีนอีกด้วยค่ะ และล่าสุดเธอได้ทำซิงเกิลเพลง Never Let Go ออกมา โดยมีดีเจรายหนึ่งเป็นวางดนตรีให้ และเพลงนี้ก็ได้เผยแพร่ทางยูทูบ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้วางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซท์ขายสินค้ายอดนิยมอย่างเว็บ อะเมซอน ดอท คอม และยังขายผ่าน ไอจูน อีกด้วย ใครที่สนใจอยากจะฟังเพลงของเธอก็อย่าลืมสนับสนุนเธอด้วยนะคะ แม้ว่าเธอจะป่วย แต่เธอก็ยังสู้ไม่ถอย และเธอก็ยังหวังว่าสักวันอาการกลัวการออกจากบ้านของเธอจะหายไป และสามารถออกไปพบกับโลกภายนอกได้อีกครั้ง

ท่าฮิตถ่ายรูปแยกขา 180 องศา

หลังจากที่ได้มีการถ่ายภาพทำท่าแปลกๆ โพสต์ ลงเฟสบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นท่า แพลงกิ้ง เลวิเทติ้ง หรือพับเพียบ แต่ตอนนี้มีการถ่ายภาพอิริยาบถที่แปลก และกำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ก็คือท่าแยกขา 180 องศาค่ะ ท่านี้ออกจะยากไปนิดสำหรับหลายๆ คนที่อาจจะทำไม่ได้ แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายามค่ะ ภาพแยกขา 180 องศานี้มาจากสาวจีนคนหนึ่ง ที่เธอได้ถ่ายภาพแยกขาในอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เตียงนอน ที่กำแพง ขณะคุยโทรศัพท์ และอื่นๆ ซึ่งเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ เป็นอย่างมาก จนเป็นที่นิยมถ่ายแล้วนำมาอัพลงเฟสบุ๊คไว้อวดกัน สาวคนไหนที่ไม่อยากพลาดเทรนด์ ก็อย่าลืมโพสต์รูปท่าฉีกขา 180 องศาด้วยนะคะ

นมจากเนื้อไก่ ทางเลือกใหม่ของคนที่แพ้นมวัว

มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้กินนมแม่ อาจเพราะสุขภาพของแม่ที่ไม่สามารถให้นมได้ หรือเพราะอาชีพการงานก็ตาม ทำให้เด็กต้องดื่มผลิตภัณฑ์นมที่ได้จากวัวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเด็กบางคนก็เกิดอาการแพ้นม ซึ่งมักพบได้บ่อย ทำให้ต้องดื่มนมจากถั่วเหลืองแทน แต่ก็ยังคงพบว่ามีอาการแพ้นมอยู่อีกมาก คณะแพทย์โรพยาบาลศิริราชจึงได้คิดค้นทางเลือกใหม่ของเด็กที่แพ้นมขึ้นมา เป็นนมสูตรพิเศษที่ทำจากเนื้อไก่ โดยจะเลือกเอาเนื้อไก่คุณภาพดีจากฟาร์มปิดที่สะอาด ปลอดภัย เลือกเอาเฉพาะเนื้ออกไก่ มาต้ม และปรุงด้วยกรรมวิธีพิเศษจนทำให้อยู่ในรูปของเหลว จากนั้นก็ทำให้เป็นเนื้อที่เนียนละเอียด และเติมสารอาหารต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกายเพิ่มลงไป ทำให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และนำไปแช่แข็งที่ -72 องศาเซลเซียส พร้อมจะแจกจ่ายให้กับเด็กที่แพ้นมไปเก็บไว้ที่บ้านในช่องแช่แข็งปกติ เวลาจะดื่มก็ให้ทิ้งไว้ในช่องเย็นธรรมดาจนละลาย แล้วเติมน้ำร้อนผสมตามสัดส่วน แต่อย่างไรก็ตามการผลิตนมจากเนื้อไก่นี้มีกรรมวิธีที่ซับซ้อน จึงทำให้ยากต่อการผลิต อาทิตย์หนึ่งจะผลิตได้ประมาณ 100 แก้วเท่านั้น ซึ่งคณะผู้ศึกษาวิจัยก็จะเร่งพัฒนาต่อยอดต่อไป และอาจจะทำไว้ให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่เบื่ออาหาร หรือเด็กที่ได้รับสารอาหารไม่พออีกด้วยค่ะ

หญิงไทยที่อ้วนที่สุดในโลก

หลังจากที่หนุ่มแม็กซิกันได้ตำแหน่งชายที่อ้วนที่สุดในโลกไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้พบกับสาวที่อ้วนที่สุดในโลก ซึงเธอคนนี้เป็นคนไทยค่ะ โดยมีนิตยสารชื่อดังของยุโรปได้นำภาพไปตีพิมพ์ และพาดหัวข่าวว่า “พังกำแพงขนยายอ้วนออกจากบ้าน” ซึ่งมีรายงานข่าวว่า นางอำนวยพร ทองประไพ ชาวกรุงเทพฯ เธอมีน้ำหนักตัวถึง 247กก. ตัวเธอใหญ่มากจนไม่สามารถออกจากห้องได้ จึงต้องกินๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้อง ขยับไปไหนไม่ไหว เป็นเวลานานถึง 3 ปี จนในที่สุดเธอทนไม่ไหวจึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ให้ช่วยนำเธอไปลดความอ้วน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องทุบกำแพงห้องของเธอออกเป็นช่อง ให้ตัวเธอลอดออกมาได้ และใช้รถยกขนาดใหญ่นำตัวเธอออกมาใส่รถบรรทุก นำไปส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์เฉพาะทางช่วยทำให้น้ำหนักเธอลดลง เพื่อจะได้ใช้ชีวิตตามปกติต่อไปได้ดังเดิม

พิษรักแรงหึงทอมหึงดี้เผาตัวเอง

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอไม่ว่าจะเป็นรักระหว่างชายหับหญิง หญิงกับหญิง หรือ ชายกับชาย ถ้ารู้จักรักและมีสติ อย่าใช้เพียงแต่อารมณ์โดยไม่มีการไตร่ตรองคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจลงเอยเหมือนดังข่าวพิษรักแรงหึงนี้ สามทอมอายุ 40 หึงแฟนสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่มีหนุ่มชาวญี่ปุ่นมาติดพัน จึงประชดด้วยการจุดไฟเผาตัวเอง การกระทำครั้งนี้ทำให้ตัวสาวทอมถูกไฟครอกตาย และแฟนสาวที่พยายามจะเข้าไปช่วยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงเกิดไฟไหม้อาคารอีกด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2554 ที่ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี สาวทอมดี้คู่นี้เป็นพนักงานร้านอาหารญี่ปุ่น ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงอยู่บริเวณหน้าร้าน เนื่องจากสาวดี้มีแขกญี่ปุ่นมาติดพัน สักพักสาวทอมก็วิ่งขึ้นไปบริเวณชั้นสองของร้านซึ่งเป็นที่พักพนักงานและได้จุดไฟเผาตัวเอง สาวดี้พยายามเข้าไปช่วยเหลือจึงได้รับบดเจ็บสาหัส และเนื่องจากในห้องนั้นมีสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงอยู่มาก เช่น ตู้เสื้อผ้า เตียง จึงทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไฟไว้ได้ ส่วนสาวทอมเสียชีวิตด้วยร่างกายที่ไหม้เกรียม

หนุ่มวัยรุ่นชาวจีนยอมขายไตเพื่อซื้อไอพอด2 (iPad2)

เทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า กับความอยากได้อยากมีของวัยรุ่น แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเงิน ทำให้เด็กหนุ่มชาวจีนยอมขายไตเพื่อแลกกับความอยากได้ อยากก้าวทันเทคโนโลยีดังกล่าว ด้วยความต้องการอยากได้ไอพอด2 แต่ฐานะทางการเงินไม่สู้ดีนัก แต่ก็อยากตามทันเทคโนโลยี ทำให้เด็กหนุ่มชาวจีน ชื่อ ซวงเซง อายุ 17 ปี คิดหาเงินมาเพื่อซื้อเทคโนโลยีดังกล่าว และได้ไปค้นเจอในเว็บไซท์ ประกาศรับซื้อไต ทำให้เด็กหนุ่มมองเห็นช่องทางการได้เงิน เด็กหนุ่มตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดขายไต ในเมืองเฉินโจว จังหวัดหูหนาน ซึ่งโรงพยาบาลที่รับซื้อไตนี้ได้เช่าห้องในโรงงานเพื่อทำการผ่าตัด ซึ่งเป็นการเสี่ยงอันตรายอย่างมาก แต่ก็นับว่าโชคดีที่ไม่เกิดการติดเชื้อ และหลังจากพักฟื้นไป 3 วัน เด็กหนุ่มคนนี้ก็ได้เงินมาสมใจราว 20,000 หยวน คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 94,200 บาท แลกกับไตหนึ่งข้าง เด็กหนุ่มนำเงินที่ได้ไปซื้อ ไอพอด2 และไอโฟน เมื่อกลับไปถึงบ้าน ผู้เป็นแม่เห็นจึงสงสัยว่าลูกมีเงินไปซื้อของพวกนี้ได้อย่างไร จึงได้ซักไซ้หาความจริง จึงได้ทราบว่าลูกนั้น อยากได้ไอพอดมากแต่ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจขายไตไปหนึ่งข้าง เพื่อนำเงินมาสนองความต้องการดังกล่าว