บทความดีดี มีสาระ

เว็บไซท์รวบรวม บทความดีดี มีสาระ สำหรับทุกท่านที่ต้องการสาระดีดี

Browsing Posts in ความปลอดภัย

เมื่อลูกจ้างเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ลูกจ้างหรือนายจ้างจะต้องแจ้งให้สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ทราบ พร้อมนำส่งลูกจ้างที่เจ็บป่วย เข้าทำการรักษา หลังจากทำการรักษาทางการแพทย์แล้ว การเจ็บป่วยบางกรณีอาจมีการสูญเสียอวัยวะตามพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น บางรายมีความจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพของอวัยวะที่ได้รับการบาดเจ็บ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิม หลังการผ่าตัดแก้ไขและทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูพยาธิสภาพของอวัยวะ จนกระทั่งพยาธิสภาพคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงต่อไปอีก จึงทำการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. รวบรวมประวัติการเจ็บป่วยทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งประวัติการประสบอันตราย สภาพการทำงาน ท่าทางการทำงาน ตลอดจนมีการสวมอุปกรณ์ป้องกันหรือไม่

2. การตรวจร่างกายทั่วไปและตรวจในอวัยวะที่บาดเจ็บ รวมทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษเฉพาะโรค

3. นำข้อมูลที่ได้จากการตรวจร่างกาย และห้องปฏิบัติการตลอดจนการตรวจพิเศษเฉพาะโรคมาประมวลเพื่อเทียบกับเกณฑ์เป็นร้อยละของการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะนั้น

4. เปลี่ยนค่าการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะที่ประเมินได้ เป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทั้งร่างกาย ในกรณีที่มีการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหลายอวัยวะหรือมากกว่าหนึ่งระบบ การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายทำได้โดยประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะแต่ละส่วนก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นค่าร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะที่ได้ เป็นค่าร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพของทั้งร่างกาย นำค่าร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพที่ไ้ด้มารวมกัน

5. คำนวณออกมาเป็นเงินทดแทนโดยการสูญเสียสมรรถภาพร้อยละ 1 ของทั้งร่างกาย ให้จ่ายค่าทดแทน 2 เดือน แต่ถ้าการสูญเสียสมรรถภาพเกินร้อยละ 60 ค่าทดแทน 15 ปี เท่ากันหมด จากนั้นนำระยะเวลาที่คำนวณออกมาเป็นจำจำนวนเดือนแล้วนำมาคุณกับร้อยละ 60 ของเงินเดือน

6. ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของสมรรถภาพของอวัยวะนั้น สามารถนำมาประเมินใหม่ได้

การที่ไฟจะลุกไหม้ได้นั้นจะต้องมี องค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง คือ ความร้อน (Heat) เชื้อเพลิงหรือสารติดไฟ (Fuel) และอากาศ หรือ ออกซิเจน (Air or Oxygen) การที่ไฟจะลุกลามต่อไปก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทั้งสาม ว่ามีมากเพียงพอหรือไม่ การติดไฟจะแบ่งเป็นชนิดหรือประเภทตามลักษณะของเชื้อเพลิงที่เกิดการลุกไหม้

ตามมาตรฐานของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Fire Protection Association ; NFPA) ได้พิจารณาพื้นฐานของการติดไฟ และได้จำแนกชนิดของไฟที่เกิดขึ้น แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

1. ไฟชนิด เอ (Class A) การติดไฟหรือลุกไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงประเภท ของแข็ง เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ เศษขยะต่างๆ

2. ไฟชนิด บี (Class B) การติดไฟหรือลุกไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว ไอของเหลวที่ติดไฟได้ดี เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันหล่อลื่นต่างๆ เป็นต้น

3. ไฟชนิด ซี (Class C) การลุกไหม้ที่มีสาเหตุมาจากไฟฟ้า หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นหลัก

4. ไฟชนิด ดี (Class D) การลุกไหม้ที่เกิดจากการเผาไหม้ของพวกโลหะบางอย่างที่ตัวมันเองสามารถติดไฟได้อย่างดี เช่น แมกนีเซียม ไตตาเนียม โซเดียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น

ดังนั้นในการเลือกใช้ถังดับเพลิงก็จะต้องเลือกให้ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดของไฟที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อให้ความสามารถในการดับไฟมี ประสิทธิภาพสูงสุด

1. พนักงานขับรถยกต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา และต้องผ่านการอบรมการขับรถยกตามระเบียบต่างๆ

2. พนักงานขับรถยกต้องแต่งกายเหมาะสมและสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับสภาพงาน เช่น ใส่หมวกและรองเท้านิรภัย เป็นต้น

3. ตรวจสอบและบำรุงรักษารถยกอยู่เสมอ โดยทำตารางเวลาไว้ชัดเจน ถ้าพบจุดชำรุดต้องซ่อมแซมทันที

4. ห้ามบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ขับรถยก นั่งไปกับพนักงานขับรถยก

5. ห้ามผู้ปฏิบัติงานทำงานหรือยืนอยู่ใต้งารถยกขณะทำงาน

6. การใช้แผ่นรองหรือพาเลท ต้องได้มาตรฐาน แข็งแรง เหมาะกับงาของรถยก และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานไม่ชำรุดเสียหาย

7. เส้นทางการเคลื่อนย้ายวัสดุของรถยกต้องมีขนาดพื้นที่กว้างเพียงพอ และสะดวกในการขับขี่ ควรตีเส้นที่พื้นแบ่งไว้เป็นเส้นทางสำหรับรถยกโดยเฉพาะและควรติดกระจกนูนบริเวณทางแยกหรือมุมของอาคารที่มองไม่เห็น

8. พื้นบริเวณที่รถยกปฏิบัติงานควรมีความราบเรียบไม่ขรุขระ และแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 5 เท่าของน้ำหนักรถยกรวมกับวัสดุที่ยก

9. บริเวณที่รถยกปฏิบัติงานต้องมีแสงสว่างเพียงพอ

10. กรณีที่เป็นรถยกไฟฟ้าบริเวณที่ทำการชาร์ทแบตเตอรี่ควรแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน และมีการระบายอากาศที่ดี

© 2011 บทความดีดี มีสาระ Design by thai editorial Group