แมงกะพรุนกล่อง Box Jellyfish มีพิษร้ายแรงที่สุด

แมงกะพรุนกล่อง Box Jellyfish เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงที่สุด โดยสามารถทำให้คนตายได้ในเวลาเพียงไม่นาน แมงกะพรุนกล่อง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่ค้นพบในปี 2550 และถือเป็นอันดับ 8 ของ10 สุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกแห่งปี 2550 อีกด้วย แมงกะพรุนกล่อง Box Jellyfish เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สีฟ้าอ่อน โปร่งใส รูปร่างคล้ายลูกบาศก์ ลำตัวมีขนาดประมาณ 10-30 เซนติเมตร มีหนวดบางๆ งอกออกมาถึง 15 เส้น และสามารถยืดได้ไกลถึง 3 เมตร หนวดแต่ละเส้นจะประกอบด้วยเซลล์พิษจำนวนมาก นอกจากนี้แมงกะพรุนกล่อง ยังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยสามารถว่ายน้ำได้เร็วถึง 5 ฟุตต่อวินาที ชอบอาศัยอยู่ตามเขตทะเลน้ำอุ่น พบได้มากในช่วง เดือนตุลาคม – เมษายน และหลังช่วงพายุฝนเพราะจะถูกน้ำทะเลพัดพาเข้ามาใกล้ฝั่ง พิษของแมงกะพรุนกล่อง จะสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแก่ผู้ที่ได้รับ ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสตายได้ โดยพิษสามารถเข้าสู่กระแสเลือดไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง และเมื่อเข้าสู่ระบบประสาท ก็จะกดทับระบบประสาททำให้หยุดหายใจ และยังมีผลต่อระบบหัวใจ โดยทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นเฉียบพลัน บางรายยังไม่ทันขึ้นจากน้ำ พิษเข้าสู่หัวใจทำให้หัวใจล้มเหลวเสียชีวิตทันที แมงกะพรุนกล่อง Box…

จัดอันดับต้นไม้ที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจมากที่สุดในโลก

ในโลกเรามีต้นไม้อยู่มากมายหลายชนิด และมีต้นไม้สำคัญด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกตาบางต้นมีอายุหลายพันปี ทำให้กลายเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงไปในที่สุด จะมีต้นอะไรบ้างและหน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันค่ะ รับรองว่าเห็นแล้วจะต้องยอมรับเลยว่าน่าสนใจที่สุด อันดับ 1 Avenue of the Baobabs ต้นเบาบับ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะมาดากัสการ์ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน โดยทั่วไปจะมีอายุ 1,000 – 3,000 ปี ในขณะที่มันมีอายุยืนได้ถึง 6,000 ปีเลยทีเดียว ลักษณะเด่นของต้นเบาบับ เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่และจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นได้มากถึง 120,000 ลิตร จึงเป็นต้นไม้ที่สามารถรับมือกับอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี และต้นเบาบับที่โตเต็มที่จะสามารถสูงได้ถึงเกือบ 30 เมตร และกว้างกว่า 11 เมตร เลยล่ะค่ะ อันดับ 2 Cedars of God ตั้งอยู่บนภูเขาทางตอนเหนือของ ประเทศเลบานอน เป็นป่าต้นสนซีดาร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นต้นสนที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยถูกกล่าวว่าชาวอียิปต์ใช้ยางของสนนี้มาทำมัมมี่ และกษัตริย์โซโลมอนใช้ต้นสนนี้ในการสร้างวัดแห่งแรกของเยรูซาเลมอีกด้วย และที่ป่านี้ก็เป็นที่สุดท้ายแล้วที่ยังเหลือต้นสนซีดาร์ที่ยืนหยัดเติบโตมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งเหลือเพียงแค่ 400 เท่านั้น อันดับ 3 General Sherman หรือ นายพลเชอร์แมน ตั้งอยู่ในป่า…

แม่น้ำอเมซอน (Amazon River) แม่น้ำที่มีปากแม่น้ำกว้างที่สุดในโลก

แม่น้ำแอมะซอน (Amazon River) เป็นแม่น้ำที่มีปากแม่น้ำกว้างที่สุดในโลก และยาวเป็นอันดับสองของโลกรองจากแม่น้ำไนล์ เป็นแม่น้ำในทวีปอเมริกาใต้ มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเปรู และไหลออกมหาสมุทรที่ประเทศบราซิล มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 6,250 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีสัตว์น้ำมากกว่าพันชนิด และยังมีสัตว์ดุร้ายอย่างนากยักษ์ หรือโลโบ้ เดล ริโอ, ปิรันย่า , จระเข้เคแมนเจ้ายักษ์, แมงมุมทารันตูล่า, มดคันไฟอีกด้วย ต้นน้ำหลักของอเมซอน คือ แม่น้ำอุคายาลี (Ucayali) และแม่น้ำมารานอน (Maranon) ซึ่งแม่น้ำทั้งสองสายนี้จะมีกำเนิดอยู่ที่ภูเขาแอนเดสซึ่งเป็นภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดปี แม่น้ำอเมซอน ถือได้ว่าเป็นแหล่งผจญภัยที่น่าตื่นเต้น และน่ากลัวได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมแม่น้ำนี้คือจุดนัดพบของแม่น้ำนิโกร (สีดำ) กับแม่น้ำโซลิมอยส์ (สีเหลือง) ซึ่งไหลไปพร้อม ๆ กัน และป่าอเมซอน ซึ่งเป็น Tropical rain forest ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ดอกบัวผุดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ดอกบัวผุด ถือเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80 – 100 เซซนติเมตร ที่นับวันก็จะหาดูได้ยากยิ่งขึ้น บัวผุด เป็นกาฝากชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ตามรากพืชจำพวกเถา โดยเฉพาะเถาองุ่นป่า (Tetrastigma) หรือชาวบ้านเรียกว่า ย่านไก่ต้ม และจะออกดอกในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม – ธันวาคม โดยดอกจะมีสีแดงเลือดหมู จะบานอยู่เพียงแค่ 4 – 5 วัน จากนั้นจะเริ่มดำและเน่าไป จะสามารถพบดอกบัวผุดได้ที่อุทยานแห่งชาติ เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และป่าพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ซึ่งโดยทั่วไปถ้าพบดอกบัวผุดในบริเวณใด ก็จะพบอีกหลายดอกที่เตรียมบานในช่วงถัดไป ช่างเป็นดอกไม้ที่สวย แปลก จริงๆ แต่ทุกวันนี้พบว่าดอกบัวผุดมักจะไม่ขึ้นที่เดิมที่นักท่องเที่ยวเคยเข้าชม อาจเนื่องมาจากการเหยียบย่ำเถาวัลย์บริเวณนั้น ทำให้หัวของดอกบัวผุดเสียหายก็เป็นได้ ทำให้ดอกบัวผุดเริ่มหาดูยากเข้าไปทุกวันแล้วค่ะ บางทีต้องเข้าไปในป่าลึกถึงจะได้เจอ

ประโยชน์จากการหาค่าซีโอดี (COD)

การวิเคราะห์ซีโอดี เป็นการหาค่าความสกปรกของน้ำเสียต่างๆ โดยวัดจากปริมาณออกซิเจนในน้ำ ซึ่งใช้เป็นการบอกถึงความเข้มข้นของสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ และการวิเคราะห์ซีโอดี (COD) ก็มีประโยชน์ที่สามารถสรุปได้ดังนี้ 1 ถ้าใช้พิจารณาร่วมกับค่าบีโอดี จะสามารถบอกได้ว่าในน้ำเสียนั้นมีแนวโน้มในการย่อยสลายทางชีวภาพได้ยาก หรือง่ายแค่ไหน 2 สามารถใช้ประมาณค่าบีโอดีอย่างคร่าวๆ ได้ ถ้าหากรู้แหล่งกำเนิด หรือที่มาของตัวอย่างน้ำ 3 สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการคำนวณออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย 4 เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย 5 ใช้เป็นตัวบ่งบอกความสกปรกของน้ำเสียที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งบ้านเรือน 6 ผลการวิเคราะห์ค่าซีโอดี เมื่อพิจารณาร่วมกับค่าบีโอดีจะสามารถบอกได้ว่าน้ำนั้นมีสารพิษเจอปนอยู่หรือไม่

ประโยชน์ของไม้ดอกและไม้ประดับ

ไม้ดอกและไม้ประดับมีประโยชน์ดังนี้ 1 สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้อาศัยในบริเวณบ้าน หรือบริเวณที่พักอาศัย 2 ใช้ประดับตกแต่งอาคาร สถานที่ให้เกิดความสวยงาม 3 ใช้ในงานพิธีและโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานไหว้ครู งานศพ เป็นต้น 4 ใช้เพิ่มสีสันให้แก่อาหารและเครื่องดื่ม ให้สวยน่ารับประทาน เช่น สีม่วงจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย สีเหลืองจากฟักทอง เป็นต้น 5 ใช้เป็นยารักษาโรค เช่น ดอกบัวหลวง ใช้ใบอ่อนปรุงเป็นยา บำรุงร่างกายให้สดชื่น ใบแก่ใช้แก้ไข้ บำรุงโลหิต เป็นต้น 6 ใช้เป็นของขวัญ ของที่ระลึก เช่น กระเช้าดอกไม้ หรือแจกันดอกไม้ ช่อดอกไม้ เป็นต้น 7 สร้างอาชีพ เกี่ยวกับดอกไม้ ไม้ประดับ เช่น การจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจจัดสวน เป็นต้น

ที่มาของกล้วย

กล้วยเป็นพืชประจำถิ่นที่เกิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีหนังสือของชาวอาหรับกล่าวไว้ว่า “กล้วยเป็นผลไม้ท้องถิ่นของชาวอินเดีย” แต่อาจเป็นแค่ผลไม้ประจำถิ่นไปเรื่อยๆ หาก แอนโตนิอุส มูซา (Antonius Musa) แพทย์ประจำพระองค์ของจักรพรรดิแห่งกรุงโรม ไม่นำหน่อกล้วยจากอินเดียไปปลูกทางตอนเหนือของประเทศอียิปต์ จนแพร่พันธุ์ไปทั่วทวีปแอฟริกา และไปถึงทวีปอเมริกากลางในที่สุด ในเมืองไทย หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงว่าเรามีกล้วยมากมายหลายชนิดฉบับหนึ่งน่าจะเป็นหนังสือ “พรรณพฤกษา” กับ “สัตวาธิธาน” โดยพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ท่านเขียนถึงกล้วยไว้ประมาณ 38 พันธุ์ เช่น กล้วยน้ำละว้า กล้วยส้ม กล้วยน้ำนมราชสีห์ กล้วยค่อม กล้วยกัทลี เป็นต้น และจากการรวบรวมของชมรมรักษ์กล้วยพบว่าเมืองไทยมีกล้วยอยู่ถึง 170 พันธุ์เลยทีเดียว