อาหารและเครื่องดื่ม

วิธีการทำแกงแคสูตรต้นตำรับ

“แกงแค” เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือ เป็นแกงที่ประกอบไปด้วยผักหลายชนิด โดยจะมีเนื้อสัตว์เข้าไปด้วยหนึ่งอย่าง แต่ที่นิยมจะเป็นแกงใส่เนื้อไก่และจะเรียกชื่อแกงแคตามชนิดของเนื้อสัตว์ที่ใส่นั้น เช่น  แกงแคไก่  แกงแคชิ้นงัว (อ่าน “แก๋งจิ๊นงัว”)  แกงแคปลาแห้ง (อ่าน “แก๋งแคป๋าแห้ง)  แกงแคนก  แกงแคกบ  แกงแคชิ้นแห้ง (อ่าน “แก๋งแคจิ๊นแห้ง”) เป็นต้น  แกงแคจะใช้ถั่วเน่าแทนกะปิ จะทำให้มีกลิ่นหอม ผักที่ใช้ที่ขาดไม่ได้ คือ ผักเผ็ด ตำลึง ชะอม เห็ดหูหนูดำ จะข้าน (เครื่องเทศพื้นบ้าน) หวายอ่อน ถ้าแกงในฤดูหนาวจะมีผักแปลกๆ คือ ขี้หูด ถั่วแปบ ความหลากหลายของผักทำให้แกงมีรสชาติหลายรสรวมกันทั้งผักเย็น เช่น บวบ ตำลึง ผักร้อน ใบกะเพรา ใบพริก ความเหนียวนุ่มของผักแต่ละชนิดทำให้แกงแคเกิดความอร่อย นำแกงจะเผ็ด เพราะผักบางอย่างมีรสเผ็ด แกงแคเป็นทั้งอาหารเป็นทั้งยาเหมาะสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน

แกงแค

ส่วนประกอบ (สำหรับ 6 ที่)

เครื่องปรุง

อกไก่หั่นบาง 1 ถ้วย (200 กรัม)
หน่อไม้หั่นพอคำ ½ ถ้วย (50 กรัม)
ผักเผ็ด (ผักหัวแหวน) เด็ดสั้นๆ ½ ถ้วย (30 กรัม)
ถั่วฝักยาวหั่นท่อนยาว1 1/2 นิ้ว 5 ฝัก (50 กรัม)
มะเขือพวงเด็ดเป็นลูก ¼ ถ้วย (40 กรัม)
ดอกงิ้วแช่น้ำพอนุ่มฉีกครึ่งดอก 5 – 6 ดอก
มะเขือเปราะผ่าสี่ 6 ลูก (100 กรัม)
หน่อหวายอ่อนหั่นท่อนขนาดคำ 50 กรัม
บวบปลอกเปลือกหั่นชิ้นพอดีคำ 1 ลูก (80 กรัม)
ตำลึงเด็ดเป็นใบ 1 ถ้วย (100 กรัม)
มะเขือยาวหั่นชิ้นขนาดคำ 80 กรัม
ใบชะพลู (ผักแค) หั่นหยาบ 1 ถ้วย (100 กรัม)
เห็ดหูหนูดำหั่นบาง 4-5 ดอก
เห็ดลมฉีกหยาบ 20 กรัม
ดอกแคเด็ดเกสรออก 10 ดอก (20 กรัม)
ใบพริกเด็ดเป็นใบ ½ ถ้วย (25 กรัม)
ยอดฟักทองเด็ดสั้น 30 กรัม
กะเพราขาวเด็ดเป็นใบๆ ½ ถ้วย (50 กรัม)
จะข้านหั่นบางๆ 25 กรัม
ชะอมเด็ดสั้นๆ 1 ถ้วย (100 กรัม)
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ (45 กรัม)
น้ำ 3 ถ้วย (350 กรัม)

เครื่องแกง

พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำพอนุ่มหั่นละเอียด 7 เม็ด (30 กรัม)
ตะไคร้ซอย 1 ต้น (15 กรัม)
กระเทียมซอย 1 หัว (15 กรัม)
หอมแดงซอย 3 หัว (45 กรัม)
ถั่วเน่าหั่นแผ่นคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
เกลือ 1 ช้อนชา (5 กรัม)

วิธีทำ

1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด

2. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่ไก่รวนให้สุก ตักขึ้น

3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดให้หอม ใส่ไก่ หน่อไม้ ผัดให้เข้ากัน

4. ใส่น้ำมันลงในหม้อ ตักไก่และหน่อไม้ที่ผัดไว้ใส่ ตั้งไฟให้เดือด ใส่จะข้าน ใส่ผักเผ็ด ถั่วฝักยาว มะเขือพวง ดอกงิ้ว หน่อหวายอ่อน มะเขือเปาะ บวบ ตำลึง ใบชะพลู ยอดฟักทอง ดอกแค คนให้ทั่ว ใส่ใบพริก ใบกะเพรา ชะอม คนให้เข้ากัน พอผัดสุกปิดไฟยกลง

ข้อเสนอแนะและข้อควรรู้ : แกงแคมีคุณค่าทางยา เนื่องจากผักพื้นบ้านที่นำมาปรุงเป็นสมุนไพรที่มีทั้งรสเย็น รสเผ็ด รสร้อน รสมัน คนโบราณมักรับประทานแกงแคในช่วงเปลี่ยนฤดู เพราะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนร่างกายต้องปรับตัว บางคนมักเป็นหวัดเจ็บไข้ไม่สบายได้ง่าย แกงแคจะเป็นอาหารปรับธาตุในร่างกายให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี

ที่มา : หนังสืออัตลักษณ์อาหารไทย  4 ภาค กระทรวงวัฒนธรรม