น้ำตาเทียมทำมาจากอะไร และใช้อย่างไร

  หลายๆคนเคยมีปัญหาตาแห้ง ซึ่งอาการตาแห้งนั้นก็จะมีอยู่หลายระดับ และวิธีการแก้ไขก็แตกต่างกันไป ถ้าตาแห้งไม่มาก นานๆเป็นที ก็สามารถแก้ไขได้โดยการกระพริบตาถี่ๆ พักสายตาเป็นระยะ ไม่ขยี้ตา และดื่มน้ำมากๆ แต่ถ้าตาแห้งมาก และแห้งเป็นประจำก็ควรมีน้ำตาเทียมเป็นผู้ช่วยค่ะ น้ำตาเทียม เป็นสารสังเคราะห์ที่ผลิตให้มีความใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติค่ะ จะประกอบไปด้วยไฮโดรเจน หรือโพลิเมอร์ ที่ช่วยเพิ่มความหนืด ให้น้ำตาเทียมเกาะกระจกตาได้นาน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ตา และบัฟเฟอร์ที่ช่วยปรับความเป็นกรด ด่าง ของน้ำตาเทียม จึงทำให้ไม่แสบตา นอกจากนี้ยังมีแมกนีเซียมคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้น้ำตาเทียมมีความเหมือนน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด โดยน้ำตาเทียมจะมี 2 ชนิดคือ ชนิดที่ไม่ผสมสารกันเสีย จะเก็บไว้ใช้ได้ 24 ชั่วโมง หลังการเปิดใช้ ชนิดที่ผสมสารกันเสีย จะเก็บไว้ใช้ได้ 1 เดือน อย่างไรก็ตามน้ำตาเทียมจะช่วยแก้ไขปัญหาตาแห้งได้เบื้องต้นเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีอาการตาแห้งมาก และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นควรรีบไปปรึกษาจักษุแพทย์ดีกว่านะคะ

สาเหตุของการเกิดสัตว์เผือก

  สัตว์เผือกหรือสัตว์ที่สีลักษณะผิดปกติในตัว จนทำให้สีปกติของสัตว์เปลี่ยนเป็นสีขาวนั้น เกิดจากยีนด้อยที่มีอยู่ในพันธุกรรม ซึ่งลักษณะเผือกของสัตว์จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ การเกิดเปลี่ยนแปลงแบบสมบูรณ์ และแบบเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางส่วน   การเกิดสัตว์เผือกแบบสมบูรณ์นั้น จะทำให้สัตว์ตัวนั้นมีสีขาวหมดทั้งตัว ไม่แสดงสีใดอออกมาให้เห็นเลยแม้แต่ดวงตา แต่บางครั้งอาจมองเห็นว่าสัตว์เผือกมีตาสีแดง เนื่องจากแสงที่ผ่านดวงตาจะสะท้อนผ่านเส้นเลือดออกมา ทำให้มองเห็นว่าตาเป็นสีแดง แต่ก็สัตว์เผือกบางตัวที่ไม่สะท้อนแสงสีแดงที่ดวงตาเช่นกัน การเกิดสัตว์เผือกแบบเฉพาะบางส่วน เนื่องจากยังมียีนเด่นตัวอื่นๆข่มยีนด้อยความเผือกเอาไว้ ทำให้สีขาวไม่ปรากฏออกมาทั้งหมด อย่างไรก็ตามแม้ว่าสัตว์เผือกจะถูกมองว่า สวย แปลก หายาก และถูกซื้อไปสะสมเพื่อความโก้หรู แต่แท้จริงแล้ว สัตว์เผือกเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนแอในตัวเองสูง มีภูมิคุ้มกันโรคทางธรรมชาติน้อย ดำรงชีวิตและหลบหลีกศัตรูยากกว่าสัตว์ปกติ สัตว์เผือกจึงเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลมากกว่าปกติ เพื่ออายุที่ยืนยาวของพวกมัน

รังแคและสาเหตุของการเกิดรังแค

  รังแค จัดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง โดยจะเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะ ในระหว่างการพัฒนาเจริญเติบโตของหนังศีรษะตามปกติ ซึ่งหนังศีรษะจะมีการเจริญเติบโตของของเซลล์ และมีการผลัดเซลล์ผิวอยู่ตลอดเวลา แต่การเกิดรังแค ก็คือการผลัดเซลล์ของผิวหนังศีรษะที่ไม่ปกตินั่นเอง ซึ่งสาเหตุในการเกิดนั้นก็มีทั้งสาเหตุภายใน และสาเหตุภายนอก การเกิดรังแค จากสาเหตุภายใน เกิดจากความผิดปกติ ไม่สมดุลของฮอร์โมน โรคภูมิแพ้ ขาดการพักผ่อน ความเครียด การบริโภคน้ำตาล หรืออาหารไขมันมากเกินไป ก็ทำให้เกิดรังแคได้ การเกิดรังแค จากสาเหตุภายนอก เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่ไม่ถูกต้อง หรืออาจจะใช้มากเกินไป อย่างเช่น แพ้น้ำยายืดผม แพ้น้ำยาดัดผม แพ้สีทำผม ล้างแชมพูไม่หมด รวมไปถึงสภาพแวดล้อมทางอากาศด้วย เช่น ความเย็น ความร้อย ความแห้ง และความอับชื้นบนหนังศีรษะ

เทคโนโลยีการสักคิ้วแบบ 3 มิติ

คิ้ว เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมให้สาวๆ มีใบหน้าที่ดูดีขึ้น จึงต้องมีการตกแต่ง กันคิ้ว สักคิ้ว ต่างๆ มากขึ้น และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้สาวๆ มีทางเลือกในการตกแต่ง เสริมความงามได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราขอนำเทคโนโลยีสักคิ้วแบบ 3 มิติ สำหรับคนที่มีคิ้วบาง ขนคิ้วน้อย และเหนื่อยกับการที่ต้องพยายามแต่งคิ้วทุกๆวัน การสักคิ้วถาวร ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะปัจจุบันมีเทคโนโลยีสักคิ้วแบบ 3 มิติ ซึ่งทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการสักคิ้วธรรมดาทั่วไป และสามารถทำได้ง่ายไม่ต้องทนเจ็บปวดเวลาทำ เพราะการสักคิ้วแบบ 3 มิติ เป็นเหมือนการเพ้นท์สีเพื่อวาดเส้นลงบนผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ไม่ได้เป็นการใช้เข็มจิ้มลงไปในเนื้อเหมือนการสักธรรมดา จึงทำให้เส้นที่ได้เหมือนจริงมากกว่า และไม่เจ็บระบบอีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียนะคะ ตรงที่ความทนทาน อาจอยู่ได้นานสุด ก็ 3-5 ปีเท่านั้น แต่ก็ถือว่าคุ้มนะคะ ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยงโรค แถมสวยได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยคะ

ที่มาของหลอดดูดน้ำ

เมื่อแต่ก่อนยังไม่มีหลอดดูดน้ำ เขาใช้ต้นหญ้าไรย์ ซึ่งเป็นหญ้าปล้องที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีรูตรงกลาง ในการดูดน้ำ ต่อมาในปี ค.ศ. 1888 บุคคลที่มีนามว่า “มาร์วิน สโตน” ได้ประดิษฐ์หลอดดูดน้ำขึ้นมาจากกระดาษ โดยนำแถบกระดาษมาพันรอบดินสอแล้วทากาวให้คงรูป แต่หลอดดูดน้ำที่ทำจากกระดาษเปื่อยยุ่ยได้ง่าย เวลาโดนน้ำ จึงพัฒนามาเป็น กระดาษที่เคลือบขี้ผึ้งพาราฟิน เพื่อรักษารูปร่างของหลอดดูดน้ำได้ดีกว่ากระดาษธรรมดา และพัฒนาต่อมาจนเป็นหลอดดูดน้ำพลาสติกอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ยังไงถ้าจะลองกลับไปใช้ต้นหญ้าไรย์ ดูดน้ำ แทนหลอดดูดน้ำพลาสติกก็น่าจะช่วยลดโลกร้อนได้ดีเลยนะคะเนี่ย

จะตัดสินใจเลือกอะไรดีระหว่าง

เคยมั้ยที่ต้องตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร แล้วรู้สึกว่ามันยากจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้ออันไหนดี วันนี้เราได้เปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของอาหารที่มักต้องถูกเลือกมาฝากค่ะ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ ระหว่างไข่ไก่และไข่เป็ด ควรเลือก ไข่เป็ดค่ะ เพราะคุณค่าทางอาหารในไข่เป็ดมีมากกว่าในไข่ไก่ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ซีลีเนียม แมกนีเซียม โซเดียม โพรแทสเซียม ธาตุเหล็ก รวมไปถึงโคเลสเตอรอลด้วยนะคะ ถ้าใครที่ต้องการลดโคเลสเตอรอลก็ควรระวังนิดนึงนะคะ ระหว่างขนมปังโฮลวีตและขนมปังไรย์ ควรเลือก ขนมปังไรย์ค่ะ เพราะเป็นขนมปังที่มีใยอาหารสูงกว่า และสามารถทำให้อิ่ม อยู่ท้องได้นานกว่า จึงไม่ต้องหิวระหว่างวันค่ะ ระหว่างสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ ควรเลือก บลูเบอร์รี่ เพราะว่าในเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็ต้องมีมากกว่าสตรอเบอร์รี่ด้วยเหมือนกัน ระหว่างผักโขมและผักคะน้า ควรเลือก ผักคะน้า เพราะมีวิตามินมากกว่าหลายเท่าตัว แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นคนทีมีเกล็ดเลือดต่ำ กระดูกเปราะ สายตาพร่ามัว แล้วล่ะก็ ต้องทานผักคะน้าเยอะๆนะคะ สามารถช่วยได้มากเลยทีเดียว

อาหารที่สามารถเป็นยาแก้ปวดได้

ปวดแค่ไหนอาหารก็เอาอยู่ ยาแก้ปวดจะตกงานก็คราวนี้เอง เพราะบรรดาอาหารเขาแท็คทีมออกมาประกาศตัวว่า อะไรที่ยาแก้ปวดทำได้พวกเราก็ทำได้เหมือนกัน อาหารที่ว่านี้ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวนส์ ที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ โดยเฉพาะอาการอักเสบตามไขข้อ เพียงแต่จะต้องโด๊ปกันมากหน่อยถึง 40 กรัมต่อวัน ถ้าหมั่นดื่มน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองทุกวัน คุณจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้จักคำว่าปวดไขข้อเลย เชอร์รี่และสตรอเบอร์รี่ ผลไม้สองอย่างนี้เป็นตัวแทนของคำว่า สีแดงเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เพราะในสารสีแดงของมันมี สารแอนทไซยานิน ที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวด และลดการอักเสบได้เหมือนยาแอสไพริน แต่อย่าลืมว่าการกินยาเรายังต้องจำกัดปริมาณการกินเชอร์รี่หรือสตรอเบอร์รี่ก็เหมือนกัน เพราะมันมีน้ำตาลสูงมาก ถ้ากินไม่บันยะบันยังระวังจะหายปวดแต่ได้เบาหวานมาแทน น้ำตาล เป็นยาแก้ปวดที่ใช้ได้ดีกับเด็ก เนื่องจากสารซูโครสที่อยู่ในน้ำตาลจะไปกระตุ้นระบบบรรเทาปวดที่ร่างกายเรามีอยู่ตามธรรมชาติ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นความปวดเมื่อยจึงลดลงอย่างรวดเร็ว